1.555.555.555 [email protected]
 

วว.ช่วยต่อยอดเวชสำอางเมือกหอยทากฯผสมสมุนไพร

วว. จับมือเอกชนต่อยอดงานวิจัยเชิงพาณิชย์ผลิตภัณฑ์เวชสำอางชะลอวัยเมือกหอยทากอาช่าผสมสารสกัดสมุนไพร ดร.ลักษมี  ปลั่งแสงมาศ ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า   วว.ได้ลงนามความร่วมมือกับบริษัทเอเดนอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ใน “โครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการผลิตผลิตภัณฑ์เวชสำอางชะลอวัยจากเมือกหอยทากอาช่า  

ผสมสารสกัดสมุนไพรเพื่อการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์”   เป็นระยะเวลาดำเนินงาน 1 ปี    เพื่อพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมการผลิตผลิตภัณฑ์เวชสำอางชะลอวัยจากเมือกหอยทากอาช่าผสมสารสกัดสมุนไพรเพื่อการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์   และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรในการเพาะเลี้ยงหอยทากสายพันธุ์อาช่าในการจำหน่ายทดแทนการทำลายสิ่งแวดล้อม จากความอุดมสมบูรณ์ป่าไม้และสภาพอากาศของจังหวัดนครนายก ทำให้มีหอยทากยักษ์สายพันธุ์ Achatina fulica หรือ อาช่า มีเป็นจำนวนมาก  โดยหอยทากได้เกิดการแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว ตลอดจนกัดกินพืชผลทางการเกษตร สร้างความเสียหายในวงกว้าง (กว่าปีละ 1,000 ล้านบาททั่วประเทศ)  ดังนั้นเพื่อควบคุมจำนวนหอยทากและเป็นการส่งเสริมอาชีพชุมชน พัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย เพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 จังหวัดนครนายกจึงได้จัดตั้งวิสาหกิจชุมชนเกษตรยั่งยืนหอยทากอาช่าจังหวัดนครนายก  เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาเลี้ยงหอยทากอาช่า เพื่อควบคุมจำนวนหอยทากและนำเมือกหอยทาก ซึ่งมีคุณสมบัติบำรุงผิวพรรณ ชะลอวัย มาใช้ประโยชน์  โดยสารสำคัญในเมือกหอยทากประกอบไปด้วย แอลลันโทอิน ทำหน้าที่สนับสนุนและเร่งการแบ่งเซลล์ และช่วยสมานแผลได้ดี  คอลลาเจน  อีลาสติน และสารปฏิชีวนะธรรมชาติ ซึ่งมีส่วนช่วยต้านเชื้อจุลินทรีย์ทุกชนิด นอกจากนี้ยังพบสารไกลโคลิคแอซิดเป็นสารสำคัญในเมือกหอยทากซึ่งสามารถแทรกซึมเข้าชั้นผิวหนังได้ดี ตลอดจนเร่งการสังเคราะห์คอลลาเจนในชั้นผิวหนัง. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews